ปรับวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ‘เหลือ 1 ล้านบาท’

เริ่ม 11 สิงหาคม 64 นี้

ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

เงินฝากจะได้รับความคุ้มครองในวงเงิน

1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ปรับวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

แต่เดิมนั้นผู้ฝากเงินในประเทศไทยจะได้รับความคุ้มครอง ใต้พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อรายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน และจะเริ่มคุ้มครองในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2559

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาบังคับใช้วงเงินการคุ้มครองเงินฝาก จำนวน 5 ล้านบาทออกไปจนถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2564 และจะเริ่มคุ้มครองเงินฝากในวงเงิน 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 นี้

ผู้ที่จะได้รับการคุ้มครองเงินฝากนี้ เป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่ฝากเงินบาทกับสถาบันการเงินของไทย ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งประกอบไปด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 19 แห่ง สาขาธนาคารต่างประเทศ 12 แห่ง บริษัทเงินทุน 2 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 3 แห่ง (รายชื่อสถาบันการเงินที่ได้รับการคุ้มครอง)

ผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง คือ เงินฝากที่เปิดไว้ที่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก เป็นเงินสกุลบาทและเป็นบัญชีเงินฝากภายในประเทศ ในปัจจุบันมี 5 ประเภท ได้แก่

  1. เงินฝากกระแสรายวัน

  2. เงินฝากออมทรัพย์

  3. เงินฝากประจำ

  4. บัตรเงินฝาก

  5. ใบรับฝากเงิน

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือเงินฝากบางประเภทไม่ได้รับการคุ้มครอง เช่น

-เงินฝากประเภทที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

-เงินลงทุนในตราสารต่าง ๆ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หน่วยลงทุน (SSF, RMF)

-เงินฝากในสหกรณ์

-แคชเชียร์เช็ค ตั๋วแลกเงิน

-เงินอิเล็กทรอนิกส์

-ผลิตภัณฑ์ประกันประเภทออมทรัพย์ ที่ออกโดยบริษัทประกัน

ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป เงินฝากจะได้รับความคุ้มครองในวงเงิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน โดยนับรวมทุกสาขาและทุกบัญชีของสถาบันการเงินแห่งนั้น ซึ่งการเข้าสู่วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทในครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้เดิม โดยวงเงินคุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาท สามารถครอบคลุมการคืนเงินให้กับผู้ฝากแบบเต็มจำนวน คิดเป็นร้อยละ 98.03 ของผู้ฝากทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทย

ผู้ที่ได้รับความคุ้มครองเงินฝาก

ผู้ฝากที่เป็นบุคคลธรรมดาได้รับความคุ้มครอง เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยจะคุ้มครองในลักษณะ 1 รายชื่อผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน โดยนำเงินฝาก (เงินต้นและดอกเบี้ย) ของผู้ฝากแต่ละราย ในทุกสาขาและทุกบัญชีของสถาบันการเงินแห่งนั้นมาคำนวณรวมกัน

สำหรับผู้ฝากที่เป็นนิติบุคคล เช่น บริษัท กองทุนต่าง ๆ มูลนิธิ วัด สมาคม สหกรณ์ บริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ฝากที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยประเภทของเงินฝากและสถาบันการเงินที่ฝากต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก

สำหรับชาวต่างชาติที่เปิดบัญชีเงินฝากกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่อยู่ในประเทศไทย จะได้รับการคุ้มครองต่อเมื่อเป็นบัญชีเงินฝากภายในประเทศที่เป็นเงินบาท ในประเภทที่ให้ความคุ้มครอง เว้นแต่เป็นเงินฝากใน “บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ” ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

หมายเหตุ

“บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ” (NON-RESIDENT BAHT ACCOUNT)" คือ ประเภทบัญชีเงินฝากพิเศษที่เปิดไว้กับสถาบันการเงินในประเทศไทยเป็นสกุลเงินบาท เพื่อทำรายการเฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

สำหรับผู้ฝากที่มีเงินฝากเกินกว่าวงเงินคุ้มครอง สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) ก็ให้ความคุ้มครอง 1 ล้านบาทแรกด้วย สำหรับส่วนที่เหลือ มีโอกาสได้รับเงินคืนเพิ่มเติมภายหลังจาก DPA ชำระบัญชีและขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินดังกล่าวเสร็จสิ้น

ที่มา – สถาบันคุ้มครองเงินฝาก